👨‍⚕️👩‍⚕️เปิดรับสมัคร!! รอบติวสดใบประกอบแพทย์ สอบรอบ กันยายน 2564 เหลือ 1 ที่สุดท้ายเท่านั้น ❗

**เริ่มเรียน 1 ตุลาคม 2564📝 (ลงทะเบียนภายใน 25 กันยายน 2564) 

รอบพิเศษ Update เนื้อหา NL-1 NL-2 MEQ และ OSCE เดือน กันยายน 64

📅(จองตารางเรียน คลิ๊กที่นี่ ) หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Add Line Click! 

ตารางเรียน Course NL-1 NL-1 NL-2 MEQ และ OSCE

ติวสอบใบประกอบแพทย์ ปี 2564 🥇(สอนโดยอาจารย์แพทย์เฉพาะทาง)🥇

❌รอบ มิถุนายน 64 เต็ม     

❌รอบ กรกฎาคม 64 เต็ม     

❌รอบ สิงหาคม 64 เต็ม

✅รอบ กันยายน 64 ว่าง 2 ที่

✅รอบ ตุลาคม 64 ว่าง 1 ที่

📌ตัวอย่าง ข้อสอบ NL-1 รอบ มกราคม 2563

 

**รูปภาพประกอบอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาโจทย์**

Question : 35 year old woman diagnosed with RAhas been taking high dose prednisone for 6 months then stopped without tapering dose. Which lab finding most likely?

A. High cortisol

B. Hyperkalemia

C. High ACTH

D. Hyperglycemia

E. Hypernatremia

รับติวสอบใบประกอบแพทย์ NL-1 NL-2 MEQ และ OSCE 

◼ NL-1 Course Planning เนื่องจาก NL-1 เป็นการสอบเฉพาะของแพทย์สภาซึ่งแตกต่างจากเนื้อหาชั้น clinic ที่มหาวิทยาลัยออกคอร์สติวจึงสำคัญ

1. คอร์สเรียนเนื้อหาปรับพื้นฐาน NL-1 (B1-B11) เฉพาะนิสิตที่พื้นฐานไม่ดี 

2. คอร์สเฉลยข้อสอบ NL-1 Update ข้อสอบทุกรอบ

3.Special Intensive ติวสอบใบประกอบเฉพาะบทที่นิสิตได้คะแนนไม่ถึง 50% เจาะจากโจทย์ไปเนื้อหา

คอร์สติว NL-1 ใช้เวลาเรียนทั้งหมด 70 ชั่วโมง (เป็นการเรียนสดกับอาจารย์หมอตัวต่อตัว)

สัดส่วนคะแนนในการที่จะสอบผ่าน NL-1 ต้องได้มากกว่า 159/300 หรือเปอร์เซ็นไทล์ที่ 53 ขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับคะแนนอิงกลุ่มแต่ระรอบ) 

◼ MEQ และ OSCE เป็นการสอบเฉพาะของแพทย์สภา ข้อสอบ MEQ ใช้สำหรับการสอบเพื่อประเมินความสามารถด้านการคิดอย่างมีเหตุผล (clinical reasoning) และการแก้ไขปัญหา (problem solving) โดยใช้การสอบข้อเขียน

1.คอร์สติวสอบ MEQ โดยอาจารย์แพทย์เฉพาะทาง จำนวน 40 ชั่วโมง

2.คอร์สติว OSCE โดยอาจารย์แพทย์เฉพาะทาง จำนวน 40 ชั่วโมง

📌ตัวอย่าง ข้อสอบ MEQ รอบ ปี 2563

Question : ผู้ป่วยเด็กชายไทยอายุ 6 เดือน มาโรงพยาบาล ด้วยเรื่องไข้สูงเฉียบพลันมา 2 วัน ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก อุจจาระและปัสสาวะปกติ ให้ยาลดไข้ (Paracetamol) และเช็ดตัว ไข้ลดลงเล็กน้อยแล้วก็กลับขึ้นมาอีก 1 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล มีอาการชักนานประมาณ 10 นาที จึงรีบพามาโรงพยาบาล ผู้ป่วยคลอดปกติ ไม่มีอาการผิดปกติหลังคลอด พัฒนาการปกติ รับวัคซีนครบตามกำหนด

คำถามที่ 1 จงบอกสาเหตุของการชักในผู้ป่วยรายนี้มา 2 สาเหตุ (3 นาที, 10 คะแนน)

คำถามที่ 2 จงถามประวัติที่สำคัญเพิ่มเติมเพื่อการวินิจฉัยโรค ( 5 นาที 12 คะแนน)

คำถามที่ 3 จงตรวจร่างกายที่สำคัญเพิ่มเติมเพื่อการวินิจฉัยโรค (5 นาที 12 คะแนน)

คำถามที่ 4 จงให้การวินิจฉัยโรคที่เป็นไปได้มากที่สุดมา 1 โรค พร้อมเหตุผลโดยสังเขป (4 นาที 16 คะแนน)

คำถามที่ 5 จงบอกการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็นมา 6 อย่าง ถ้าตอบ เกินจะให้คะแนนเฉพาะ 6 ลำดับแรก (4 นาที 20 คะแนน)

คำถามที่ 6 6.1) จงบอกชื่อ Organism ที่น่าจะเป็นสาเหตุมากที่สุดมา 2 ชื่อ
6.2) จงบอกชื่อ antibiotics ที่เหมาะสมที่สุดในผู้ป่วยรายนี้ (4นาที 16 คะแนน)

คำถามที่ 7 จงบอกภาวะแทรกซ้อนที่เป็นไปได้มากที่สุดมา 2 ภาวะ (3 นาที 6 คะแนน)

คำถามที่ 8 จงบอกการตรวจที่สำคัญเพิ่มเติมเพื่อการวินิจฉัยโรค   (2นาที 6 คะแนน)

สำหรับนักศึกษาแพทย์ทุกสถาบันและทุกชั้นปีทั้งในประเทศไทยและหลักสูตรต่างประเทศ

โดยอาจารย์แพทย์เฉพาะทางผู้มีเปอร์เซ็นไทล์ 97 ของประเทศ 

เป็นการติวในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมซึ่งการสอบประกอบด้วย 3 ขั้นตอน แต่ละขั้นตอนมีจุดประสงค์ดังนี้ (สอบใบประกอบแพทย์ NL-1)

โดยการสอบจะจัดสอบ NL-1 ,  NL-2 และ NL-3 โดยแพทย์สภา สอบ 2 รอบต่อปี ติดตามข้อมูลการสอบใบประกอบแพทย์ได้ที่ https://cmathai.org

  • การติวสอบเพื่อประเมินความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน จำนวน 300 ข้อ (NL-1) 
  • การติวสอบเพื่อประเมินความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก จำนวน 300 ข้อ (NL-2)
  • การติวสอบเพื่อประเมินทักษะ และหัตถการทางคลินิก ประกอบด้วย OSCE MEQ Longcase (NL-3) อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม(https://cmathai.org/news/detail/627)

ตัวอย่างผลงานความสำเร็จ

สำหรับผู้ที่กำลังศึกษา/สำเร็จการศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตในสถาบันการศึกษาทั้งไทยและต่างประเทศ ที่แพทยสภารับรอง

การสมัครสอบใบประกอบแพทย์(ศรว)

ผู้มีความประสงค์จะขอรับการประเมินต้องดำเนินการต่อไปนี้

  1. ยื่นใบสมัครต่อศูนย์ประเมิน และรับรองความรู้ ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่ศูนย์ฯ จะประกาศในแต่ละปี
  2. ชำระค่าสมัครสอบตามอัตราที่กำหนดในประกาศของศูนย์ฯ ซึ่งศูนย์ฯ จะไม่คืนเงินค่าสมัครให้ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

.

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัคร

ผู้มีสิทธิ์ขอรับการประเมินจะต้องมีคุณสมบัติตามที่ระบุไว้สำหรับการเป็นสมาชิกแพทยสภา และคุณสมบัติอื่นดังนี้

  1. ประเภทที่หนึ่ง เป็นผู้ที่กำลังศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตในสถาบันการศึกษาในประเทศไทย หรือในต่างประเทศที่แพทยสภารับรอง
  2. ประเภทที่สอง เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต และได้รับปริญญาบัตรจากสถาบันการศึกษาในประเทศไทยที่แพทยสภารับรอง
  3. ประเภทที่สาม เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต และได้รับปริญญาบัตรจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศที่แพทยสภารับรอง

.

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับการสอบแต่ละขั้นตอน

  1. การสอบขั้นตอนที่หนึ่ง เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติประเภทที่หนึ่ง หรือสอง หรือสาม สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติประเภทหนึ่งต้องมีใบรับรองจากสถานศึกษาว่าได้ศึกษาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน (ระดับปรีคลินิก) หรือเทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีการศึกษา นับถึงวันที่กำหนดสอบฯ โดยได้ศึกษาครบทุกรายวิชาตามหลักสูตรระดับปรีคลินิกของสถาบันที่แพทยสภารับรอง
  2. การสอบขั้นตอนที่สอง เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติประเภทที่หนึ่ง หรือสอง หรือสาม สำหรับผู้มีคุณสมบัติประเภทหนึ่งต้องมีใบรับรองจากสถานการศึกษาว่าได้ศึกษาวิทยาศาสตร์การแพทย์ (ระดับคลินิก) มาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีการศึกษา นับถึงวันที่กำหนดสอบฯ โดยได้ศึกษาครบทุกรายวิชาตามหลักสูตรระดับคลินิกของสถาบันที่แพทยสภารับรอง
  3. การสอบขั้นตอนที่สาม เป็นผู้ที่สอบผ่านขั้นตอนที่หนึ่ง และขั้นตอนที่สองแล้ว โดยแต่ละขั้นตอนสอบผ่านมาแล้วเป็นเวลาไม่เกินเจ็ดปี นับจากวันที่แพทยสภาอนุมัติผลการสอบจนถึงวันที่ยื่นใบสมัครสอบ ถ้าขั้นตอนใดสอบผ่านเกินเจ็ดปีจะต้องสอบขั้นตอนนั้นใหม่ให้ผ่านก่อน

สำหรับผู้มีคุณสมบัติประเภทที่หนึ่งที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาในประเทศไทยต้องมีใบรับรองจากสถานการศึกษาว่าได้ศึกษาวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก (ระดับคลินิก) มาแล้ว ไม่น้อยกว่าห้าภาคการศึกษาระบบทวิภาคหรือเทียบเท่าด้วย นับถึงวันกำหนดสอบ โดยได้ศึกษาครบทุกรายวิชาตามหลักสูตรระดับคลินิกของสถาบันที่แพทยสภารับรอง
สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติประเภทที่สามจะต้องได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในต่างประเทศซึ่งแพทยสภารับรองใบอนุญาตนั้น หากเป็นผู้มีสัญชาติไทยไม่จำเป็นต้องมีในอนุญาตดังกล่าว แต่ต้องมีเอกสารรับรองการปฏิบัติงานหลังปริญญาในฐานะแพทย์ฝึกหัด หรือเทียบเท่าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีในสถาบันการแพทย์ต่างประเทศ หรือในประเทศไทยที่แพทยสภารับรองโดยการปฏิบัติงานจะต้องเสร็จสิ้นก่อนสมัครสอบ
เอกสารที่ใช้ในการสมัคร : www.cmathai.org